dot
ตัวอย่างผ้าม่าน-ผ้าโปร่ง
dot
bulletตัวอย่างผ้าม่าน
bulletตัวอย่างผ้าม่านโปร่ง
bulletPASAYA
dot
แบบผ้าม่าน
dot
bulletผ้าม่านตาไก่
bulletผ้าม่าน จีบรางโชว์
bulletผ้าม่านกล่อง
bulletผ้าม่านหลุยส์
bulletผ้าม่านจีบมีกระโปรง
bulletผ้าม่านจีบ จับจีบ แบบ3จีบ
bulletผ้าม่านกระเช้า รางโชว์
bulletม่านยก ม่านระย้า
bulletผ้าม่านรางโรงพยาบาล
bulletม่านบาหลี
dot
ผ้าม่านรถยนต์
dot
bulletผ้าม่านรถตู้
bulletผ้าม่านรถยนต์ เอนกประสงค์
bulletผ้าม่านรถยนต์ เก๋ง
bulletผ้าม่านรถปิ๊กอัพ
dot
ม่านม้วน
dot
bulletม่านม้วน เมจิกสกรีน
bulletม่านม้วนพิมพ์ลาย
bulletม่านม้วนไม้ ภายนอก
bulletม่านม้วน แชงกีล่า
dot
มู่ลี่ ม่านปรับแสง
dot
bulletมู่ลี่อลูมิเนียม
bulletมู่ลี่
bulletมู่ลี่ไม้ไผ่
bulletม่านเยื้อไม้ ธรรมชาติ
dot
รางผ้าม่าน
dot
bulletรางประดับ รางโชว์
bulletรางม่าน Oriental thai
bulletรางม่าน ไททาเนียม
bulletรางม่าน รุ่นแพททิเนียม
bulletรางม่าน สแตนเลสแท้
bulletรางม่าน รุ่นมิลาโน
bulletรางม่าน รุ่น เมนี่ อาร์ท
bulletรางผ้าม่าน รุ่น Oriental Smooth
bulletราง Aluminium nature
bulletรางไม้
bulletรางไม้ รามิน
bulletอุปกรณ์รางม่าน
dot
อุปกรณ์เสริม ประดับ ตกแต่ง
dot
bulletมอเตอร์ไฟฟ้า ควบคุมไร้สาย
bulletด้ามจูง
bulletตะขอสายรวบม่าน
dot
งานตกแต่งอื่นๆ
dot
bulletฉากกั้นห้อง ฉากกั้นแอร์
bulletรางม่านห้องน้ำ
bulletมุ้งลวด
bulletกันสาด
dot
วอลล์เปเปปอร์
dot
bulletwallpaper4thai
bulletภาพวิว ภาพถ่ายธรรมชาติ
bulletโฟโต้วอลล์ ภาพสั่งพิมพ์
bulletรูปภาพ กรอบรูปติดผนัง
dot
การวัดม่าน
dot
bulletการวัดผ้าม่านชั้นเดียว
bulletวัดผ้าม่านหลุยส์,ผ้าม่านกล่อง
bulletวัดม่านพับ
dot
สินค้าออนไลน์
dot
bulletวอลเปเปอร์ ติดผนัง
bulletผ้าม่าน PASAYA
dot
ค้นหา

dot


วอลเปเปอร์สวยๆ มากเป็นพิเศษ


วิธีซักผ้าม่าน การดูแลรักษา

       วิธีซักผ้าม่าน  

 

    ร้านผ้าม่าน ซีเอเคอร์เท่น ขอแนะนำวิธีการซักผ้าม่าน สำหรับท่านที่ต้องการซักผ้าม่านเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ประหยัดค่าใช้จ่าย กรณีเรียกร้านผ้าม่าน ซึ่งนอกจากเสียค่าใช้จ่ายในการซักแล้ว ยังต้องเสียในเรื่องของค่าบริการในการมาถอดและนำกลับมาแขวนเข้าที่ การซักผ้าม่านสามารถซักด้วยตนเองได้ โดยทำตามขั้นตอนที่แนะนำ  ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และประหยัดไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่ายในการให้ร้านผ้าม่านหรือร้านรับซักผ้า
วิธีซักผ้าม่าน

        สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านทั้งหลาย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร ใช้งานหรือไม่ จะอยู่ตรงจุดไหนของบ้าน จำเป็นที่ต้องการได้รับการดูแลรักษา การทำความสะอาด ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้ปราศจากสิ่งสกปรกจะนำมาซึ่งปัญหา โรคภูมิแพ้ต่างๆ  

        สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยง คือ ละออง ฝุ่นผง  ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศรอบตัวเรา รวมทั้งหยากไย่ ที่มีอยู่คู่บ้านทุกๆหลัง แม้ว่าห้องนั้นจะปิดมิดชิดเพียงไร เชื่อว่าหนีไม่พ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้

 
           ผ้าม่าน หลังจากการติดตั้งไปแล้ว จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาตามขั้นตอนและระยะเวลา เนื่องจากผ้าม่านนอกจากใช้ประโยชน์เรื่องกันแสงกันแดดแล้วนั้น ผ้าม่านก็ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการตกแต่งบ้านหรือที่พักอาศัยที่เป็นสิ่งจำเป็น  ซึ่งก็ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามวิธีและตามระยะเวลาที่กำหนด  ผ้าม่านอาจต่างจากสิ่งของอย่างอื่นทั่วไป เพราะว่าขณะที่ฝุ่นเกาะหรือเกิดความสกปรกจากสาเหตุใดๆ หรือจากความชื้น ไม่ว่าจะเป็น ไอฝนหรือไอน้ำค้าง เราเองไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งเหล่านั้นจะค่อยๆสะสมทุกวัน  ถ้าลองเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น รอบๆบ้าน เช่นพื้นบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถ้าไม่ทำความสะอาดสัก 1 อาทิตย์จะเป็นอย่างไร  แน่นอนเราจะเห็นสิ่งทีเกิดขึ้นอย่างชัดเจนนั้นคือ ฝุ่นผง หรือคาบ ทีเกาะติดกับผิวนั้นๆ 
 
        แต่ผ้าม่านนั้นจะต่างจากสิ่งเหล่านั้น เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา เป็นเรื่องที่เราอาจมองข้าม บางบ้านเป็นปีๆไม่ค่อยมีโอกาศได้ทำความสะอาด ลองคิดดูว่าจะเป็นเช่นไร ในส่วนของผ้าม่านจะสะสมความสกปรกไว้แค่ไหน  ตรงนี้เราหลายคนคงอาจมองไม่เห็นถึงความสกปรกดังกล่าวได้ชัดเจนนัก เพราะคำว่า"อมฝุ่น"ที่เราได้ยินอยู่เป็นประจำนั้นคือสาเหตุ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าไม่ทำความสะอาด สิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร แน่นอนความสกปรกเหล่านั้นก็จะค่อยๆสะสมทวีคูณ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันๆ จนอาจกลายเป็นแหล่งเพราะพันธ์เชื้อโรคก็เป็นได้
 
         กรณีนี้ผ้าม่านนอกจากจะสะสมสิ่งสกปรกแล้ว ในเรื่องของอายุการใช้งาน ก็จะสั้นลงไปด้วย เพราะว่าสิ่งสกปรกหรือฝุ่นผงต่างๆที่ฝังตัวไปในผ้าม่านนั้นจะเป็นตัวทำลาย ทำให้ผ้าม่านเกิดความเสียหายเร็วกว่าปกติได้ ด้วยผ้าม่านที่แขวนอยู่บนราว เราไม่อาจสังเกตุถึงความผิดปรกตินั้น แต่พอนานๆหลายปีเข้า โครงสร้างหรือเส้นใยของผ้าม่านนั้นจะค่อยๆถูกทำลายจากฝุ่นผงหรือความสกปรก  และเมื่อนำไปซักผ้าม่านอาจจะเปื่อยหยุ่ย ชำรุดและเสียหายไปเลยก็เป็นได้ บางคนอยากซักแต่ไม่รู้วิธี ไม่แน่ใจว่าจะซักได้หรือไม่  ไม่ยากลองมาดูวิธีการ
 
ซักผ้าม่านจากร้านผ้าม่านซีเอเคอร์เท่น ทีมีขั้นตอนดังนี้ครับ
 
 
วิธีซักผ้าม่าน
 
 
 
  1. ถอดผ้าม่านจากรางม่าน(ม่านบางชนิด อาจมีวิธีการถอด) ควรจำด้วยว่าชิ้นไหนเป็นของด้านไหน สิ่งสำคัญควรถอดแค่พอซักไหว เพราะผ้าม่านนั้นค่อนข้างชิ้นใหญ่มีน้ำหนัก ถ้าซักครั้งละหลายชุดอาจจะหนักเกินไป เนื่องจากต้องใช้เวลาและแรงกายพอสมควร
  2. ผ้าม่านที่ปลดออกมา นำมาถอดตะขอ โซ่ถ่วงหรืออุปกรณ์ที่ติดมากับตัวผ้าม่าน โซ่ถ่วงที่ใช้ถ่วงม่านนั้นปลายสองข้างจะเย็บติดกับผ้าม่าน ให้เราใช้ใบคัตเตอร์หรือกรรไกรเล็กๆค่อยๆตัดเส้นด้ายตรงส่วนปลายล่างสุด ทั้งซ้าย-ขวาโดยค่อยๆเลาะออกระวังอย่าให้โดนผ้า ให้ตัดเส้นด้ายระยะประมาณ 1 ซม.ผ้าที่คล้องหัวโซ่จะหลุดออก และทำอย่างเดียวกันกับอีกด้าน ควรทำเครื่องหมายไว้ว่าโซ่ชิ้นนี้เป็นของผ้าม่านชิ้นนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาตอนนำกลับมาใส่ภายหลัง
  3. ผ้าม่านที่ถอดอุปกรณ์ออกหมดแล้ว นำไปซักน้ำเปล่าในภาชนะที่เตรียมไว้อย่างน้อย 2 น้ำ เพื่อให้ฝุ่นที่ยังไม่ฝังแน่นออกไปก่อน น้ำแรกจะเห็นว่าน้ำนั้นดำมาก และต่อมาทำตามขั้นตอนเดียวกันด้วยน้ำที่สอง ความดำของน้ำที่เกิดจากฝุ่นก็จะลดลง
  4. หลังซักน้ำเปล่าแล้ว ถ้าผ้าม่านดำมากหรือสกปรกมากต้องแช่ไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้น โดยใส่ผงซักฟอกทั่วไป พอได้เวลาแล้วล้างผงซักฟอกออกให้หมด
  5. นำเข้าเครื่องซักผ้า ควรตั้งโปรแกรมซักผ้าหนา และตั้งให้เครื่องล้างน้ำ 2 ครั้ง (ไม่ควรซักน้ำร้อน เพราะอาจทำผ้าม่านบางชนิดเสียหายได้) ถ้าผ้าม่านชิ้นใหญ่ให้ใส่ผ้าขนหนู 2-3 ผืนที่ไม่ใช้แล้ว (ผ้าขนหนูจะช่วยดูดสิ่งสกปรกจากผ้าม่าน ปรับความสมดุลของเครื่องซักผ้าและยังช่วยรักษาผ้าม่านไม่ให้เกิดความเสียหาย และสามารถนำกลับมาใช้ได้ทุกครั้งที่ซัก) ใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่องของเครื่องซักผ้า ขณะเครื่องเริ่มทำงานให้ใส่น้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วยต่อผ้าม่านประมาณ 7-9 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสกปรกของผ้าม่าน ในกรณีผ้าม่านเป็นคราบเชื้อรา หรือรอยคราบน้ำจากละอองฝน ให้ใส่เกลือลงไปด้วยประมาณครึ่งถ้วย จะช่วยขจัดคราบเพิ่มขึ้น สำหรับคราบที่ฝังแน่นที่สะสมเป็นเวลานาน อาจต้องใช้สเปรย์หรือน้ำยาจัดคราบช่วยอีกทางหนึ่ง
  6. หลังจากเครื่องปั่นหมาดแล้ว เสร็จสิ้นการซัก ให้รีบนำออกจากเครื่องทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ นำมาใส่ตะขอม่าน ยังไม่ต้องใส่โซ่ถ่วง รีบนำไปแขวนที่รางม่านเดิมที่ถอดมา จัดจีบม่านให้เข้าที่ตามเดิมเหมือนก่อนถอดออก ก่อนอื่นต้องทำความสะอาดรางและบริเวณที่แขวนผ้าม่านด้วย (ทั้งนี้การแขวนม่านทันทีหลังซักเสร็จจะทำให้ผ้าม่านไม่ยับ ผ้าบางชนิดไม่จำเป็นต้องรีดเลยก็เป็นได้) รูดปิดม่านให้ทุกส่วนสัมผัสอากาศ เปิดประดูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่นานผ้าม่านก็จะแห้ง และกลับมาใหม่เหมือนเดิม 
  7. หลังจากผ้าแห้งแล้ว กรณีผ้าบางตัวอาจมีรอยยับ ให้ใช้เตารีดไอน้ำลักษณะตั้งพื้นและมีท่อพร้อมด้ามจับ รีดเก็บความเรียบร้อยอีกครั้ง
  8. นำโซ่ถ่วงมาใส่เข้าที่จุดเดิม และใช้เข็มสอยปิดหัวปิดท้าย ความจริงผ้าม่านไม่จำเป็นต้องใส่โซ่ถ่วงก็ได้ ถ้าผ้านั้นมีน้ำหนักพอ ให้สังเกตุดูว่าในขณะไม่ใส่โซ่ผ้าม่านเป็นอย่างไร ถ้าใส่จะดีกว่าเดิมหรือไม่ โซ่ไม่มีผลต่อผ้าม่านมากนัก ลองเปรียบเทียบดูก่อน แค่นี้ก็เป็นการเสร็จสิ้นการซักผ้าม่านเรียบร้อยครับ
 
หมายเหตุ ผ้าม่านบางชนิดอาจมีวิธีการดูแลรักษาเฉพาะ ควรดูข้อมูลการดูแลรักษาที่ตัวอย่างผ้าตอนที่ท่านตัดสินใจสั่งผ้าม่าน จะมีรายละเอียดบอกไว้ที่ด้านหลังตัวอย่างผ้าครับ
(บทความจาก www.cacurtain.com 12/03/54) อนุญาติเผยแผ่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชน แต่ไม่อนุญาติสำหรับเวบคู่แข่งนำไปใช้ โดยไม่ให้เครดิต ต่อเจ้าของบทความ
วิธีซักผ้าม่าน

 

 

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      ซักผ้าม่านพับ  
      วิธีถอดและซักม่านพับ  

 




ผ้าม่านบ้าน วิธีเลือกผ้าม่าน วิธีซักผ้าม่าน ตัวอย่างผ้าม่าน ผ้าที่นิยมทำผ้าม่าน เกียวกับผ้าม่าน

อยากตัดผ้าม่านต้องทำอย่างไร?
กล่องควบคุมม่านและมอเตอร์ Connexoon Somfy
ผ้าม่านโพลีเอสเตอร์ คุณสมบัติเป็นอย่างไร มีข้อดีอะไรบ้าง
ผ้าม่านแบล็คเอาท์คืออะไร
วิธีเลือกผ้าม่าน article
แบบผ้าม่าน
ผ้าที่นิยมทำผ้าม่าน article
รู้จักผ้าม่าน article
ตัวอย่างผ้าม่าน article
การเลือกใช้ม่าน article
ผ้าม่านบ้าน article
วิธีกำจักกลิ่นอับภายในห้อง
เลือกม่านแบบไหนดี ที่นี่ มีคำตอบ
เนื้อผ้า ชนิดผ้า คุณสมบัติของผ้า ประเภทของผ้า ที่นิยมใช้ตัดเย็บผ้าม่าน
วิธีซักผ้าม่านพับ และการถอดผ้าม่านพับ
ผ้าม่านไฮเทค เสียงไม่ผ่าน